เวียดนาม^^

posted on 09 Sep 2011 23:25 by evemsw636
ประเทศ...เวียดนาม
Vietnam
 
 
 
เมืองหลวง : กรุงฮานอย
อาณาเขต : ทิศเหนือ ติดกับสาธารณรัฐประชาชนจีน
                    ทิศใต้ ติดกับอ่าวไทยและทะเลจีนใต้
                    ทิศตะวันออก ติดกับทะเลจีนใต้
                    ทิศตะวันตก ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตย
                    ประชาชนลาวและติดกับราชอาณาจักรกัมพูชา
 
สถานที่ท่องเที่ยว...ที่น่าสนใจ
 
 
                                     
 
 
โฮจิมินห์ซิตี้
 
เมืองท่าริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ตั้งอยู่บนสันดอนของ
แม่น้ำโขง ห่างจากทะเลจีนใต้ไปทางทิศเหนือ 40 กิโลเมตร
 มีพื้นที่กว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร ตัวเมืองแบ่งออกเป็น 12
 เขตเมือง และ 6 เขตชนบท ภายหลังสงครามโลกสิ้นสุดลง
ชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในอเมริกา ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และเอเชีย
 ได้ให้ความช่วยเหลือทาวเศรษฐกิจ จนกระทั่งโฮจิมินห์เจริญ
รุดหน้าอย่างรวดเร็ว สังเกตได้จากจำนวนของโรงแรมและ
ภัตตาคารใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่ใจกลางเมือง รวมทั้งถนนหนทาง
ที่คลาคล่ำไปด้วยธุรกิจการค้า
 
 
 
 
 
 
 
 
ฮาลองเบย์
 
มหัศจรรย์แห่งอ่าวมังกรตกน้ำ
สำหรับอ่าวฮาลอง หรือ ฮาลองเบย์ นั้นได้ตามนิทานปรัมปราของชาวเวียตนาม
 ที่กล่าวถึงมังกรโบราณซึ่งเคยร่อนมาลงในอ่าวนี้เมื่อครั้งดึกดำบรรพ์
และชื่อของฮาลอง ก็แปลได้ว่า มังกรร่อนลง จากความสวยงามและสมบูรณ์
ของอ่าวฮาลอง ทำให้ที่นี่ประกาศได้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ
จากองค์กรยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2537 ซึ่งเป็นเสมือนประกาศนียบัตรที่
ใครเห็นต่างเชื่อถือ จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศเวียตนาม
 ต้องล่องเรือมาชมอ่าวฮาลองเพื่อสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
ที่ตั้ง : อ่าวฮาลองตั้งอยู่ในจังหวัดกว่างนิงห์ (Quang Ninh) ตั้งอยู่ทางเหนือ
ของกรุงฮานอย
 
 
 
                                       
 
 
                                       
                                                             ซาปา
 
ที่ตั้ง : ซาปา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศเวียตนาม ใกล้กับชายแดนจีน ห่างจากกรุงฮานอยประมาณ 350 กิโลเมตร อยู่ในเขตจังหวัดลาวไค สูง 1,650 เมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ทำให้เพาะปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาวได้ดี และเป็นดินแดนแห่งขุนเขาที่มีความหลากหลายของชาติพันธุ์มากที่สุดในประเทศเวียตนาม
ในอดีตเมืองซาปาเคยถูกให้สร้างขึ้นเป็นเมืองตากอากาศของชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาปกครองในสมัยยุคอาณานิคม ในปี พ.ศ. 2465 และได้มีการสร้างสถานีภูเขาขึ้น เพราะด้วยเมืองซาปาโอบล้อมด้วยขุนเขาน้อยใหญ่จึงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปี ชาวเวียตนามและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฮานอย ก็จะหาเวลาพักผ่อนในช่วงวันหยุดมาที่นี่ และยังมีการทำนาขั้นบันไดมากมายท่ามกลางลาดไหล่เขาที่ทอดตัวอย่างสวยงาม เมื่อซาปาเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากขึ้น ก็มีการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว มีอาคารสมัยใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก มีโรงแรม ร้านอาหารแบบตะวันตก และร้านคาราโอเกะ
 
 
อาหาร...เวียดนาม
 
อาหารเวียดนามเป็นอาหารประจำชาติของชาวเวียดนาม ซึ่งเป็นอาหารที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นของตัวเอง ชาวเวียดนามกินข้าวเป็นอาหารหลักเช่นเดียวกับชาติอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และใช้เครื่องปรุงรสที่เป็นของหมักดองเช่นเดียวกัน เนื่องจากปูมหลังทางประวัติศาสตร์ที่เคยถูกจีนและฝรั่งเศสปกครอง จึงมีอิทธิพลของทั้งสองชาติปรากฏอยู่บ้าง นอกจากนั้นเนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่ทอดยาวตามแนวชายฝั่ง ทำให้อาหารเวียดนามแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกัน อาหารเวียดนามที่คนไทยรู้จักดีและเป็นเอกลักษณ์คือแหนมเนืองและขนมเบื้องญวน 
 
 
 
ขนมเบื้องญวน
 
 
 
 
 
 แหนมเนือง
 
 
 
 
 ชุดประจำชาติ
 
ชุดประจำชาติเวียดนาม หรือ ชุด Ao dai นี้ (อ่านว่า อาว หญ่าย) นอกจากจะนิยมใช้กันในเมืองใหญ่ ๆ แล้ว ตามชนบทก็เป็นที่นิยมด้วย เนื่องจากเป็นชุดที่ใส่แล้วสบาย เพราะเนื้อผ้า ค่อนข้างละเอียด

 

 

 

 

 

 

ชุด Ao dai

 
 
 
 
 
 
 

edit @ 10 Sep 2011 01:42:39 by Phattar...Eve

edit @ 10 Sep 2011 19:11:10 by Phattar...Eve

edit @ 10 Sep 2011 19:35:42 by Phattar...Eve

edit @ 10 Sep 2011 19:39:24 by Phattar...Eve

คำถามท้ายบท(หน้า69)

posted on 19 Aug 2011 21:40 by evemsw636

คำถามท้ายบท

1. มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
ตอบ มัลติมีเดีย คือ การนำเสนอข้อมูลหลายๆรูปแบบพร้อมๆกันโดยการใช้คอมพิวเตอร์
       ร่วมกับโปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมาย ด้วยการผสมผสานสื่อหลายชนิด
       เช่น ข้อความ กราฟิก (Graphic) ภาพเคลื่อนไหว (Animation)
       เสียง (Sound) และวีดิทัศน์ (Video)
  
2. การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร
ตอบ สามารถนำเสนอข้อมูลได้หลายรูปแบบโดยสามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่ง
       ข้อมูลอื่นๆบนอินเทอร์เน็ตได้ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาที่มีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อ
       กับอินเทอร์เน็ตแล้วยังสามมารถแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆกับผู้นำเสนอได้ทันทีอีกด้วย
 
3. Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดบ้าง
ตอบ  สามารถนำเสนอในรูปแบบการพิมพ์เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์
        นำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดียเช่นเสียง ภาพ  วิดีโอ  ภาพนิ่ง  ภาพเคลื่อนไหว
 
4. การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft Powerpoint แตกต่างกันอย่างไร
ตอบ  การเชื่อมโยงภายใน>>การสร้างจุดเชื่อมโยงต่างๆไปยังจุดอื่นๆในไฟล์เดียวกัน
        การเชื่อมโยงภายนอก>>การเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆนอกไฟล์งานนำเสนอ

 5. นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
ตอบ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ นิตยสารต่างๆ
 
6. นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดที่สามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด   
ตอบ เว็บไซต์ เพราะว่า เว็บไซต์สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดได้ง่ายและเร็วอีกทั้งยังสามารถ
       นำเสนองานได้ครอบคลุมทั่วโลกอีกด้วย
 
7. การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร
ตอบ คลิกขวาบนพื้นที่ว่างแล้วเลือกออกแบบภาพนิ่ง จากนั้นเลือกใช้แม่แบบการออกแบบที่แถบเครื่องมือ
 
8. การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint  สามารถตั้งค่าได้ที่ใด 
ตอบ  โดย คลิกที่กล่องข้อความหรือวัตถุนั้นๆ แล้วให้คลิกขวาเลือกการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง แล้วให้คลิกที่เพิ่มลักษณะ
 
9. ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับการนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย  3 โปรแกรม  
ตอบ  Microsoft Excel, Microsoft Power Point , Microsoft office Word , Notepad
 
10. ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารภสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่อย่างไร  
ตอบ  สามารถสร้างงานนำเสนอได้  เราสามารถเปลี่ยนงานนำเสนองานให้อยู่ในรูปแบบภาพหรือภาพเคลื่อนไหวได้
 
11. เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint  หรือไม่อย่างไร 
ตอบ  ไม่จำเป็น เพราะ Microsoft PowerPoint  สามารถเสนอทางคอมพิวเตอร์ได้โดยนำเสนอในรูปแบบสไลด์งาน
 
12. Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร 
ตอบ  ได้โดย
        - การแทรกรูปภาพ คลิกแทรกที่แถบเมนู > แล้วเลือกรูปภาพ จากแฟ้ม > เสร็จแล้วคลิกแทรก
        - การแทรกภาพยนตร์และเสียง คลิกแทรกที่แถบเมนู > แล้วเลือกที่ภาพยนตร์จากแฟ้ม หรือเสียงจากแฟ้ม >  เสร็จแล้วคลิกแทรก
 
13. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษร อย่างไร 
ตอบ  ทำให้เข้าใจข้อมูลมากขึ้นเพราะการนำเสนอด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟ เป็นข้อมูลที่สรุปมาแล้ว
 
14. การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint  สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และ ซอฟต์แวร์ใดบ้าง 
ตอบ   ฮาร์ดแวร์  คือ  Computer และ  ซอฟต์แวร์  คือ  Microsoft Office  
 
15. ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน 
ตอบ  Computer, โทรทัศน์ , Ipad  เป็นต้น

                        
 

edit @ 19 Aug 2011 23:16:24 by Phattar...Eve

edit @ 20 Aug 2011 22:37:41 by Phattar...Eve

ภาษาปาสคาล
 
ภาษาปาสคาลเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูงที่พัฒนาขึ้นโดย Niklaus Wirth
 และได้ตั้งชื่อว่าปาสคาล (Pascal) เพื่อให้เกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส
ชื่อ Blaise Pascal ภาษาปาสคาล พัฒนามาจากภาษา Algol โดยพัฒนาให้เป็น
ภาษาสำหรับฝึกหัดเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ภาษาปาสคาลจะมีลักษณะ
เป็นภาษาคอมพิวเตอร์แบบประมวลความหรือคอมไพเลอร์ (Compiler)
 เมื่อเทียบกับภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูงอื่น ๆ จะพบว่าภาษาปาสคาลเป็น
ภาษาที่มีการวางระบบและจัดรูปแบบที่มีโครงสร้างแน่นอนตายตัว
 จึงทำให้ภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่เหมาะสำหรับการเขียนโปรแกรมโครงสร้าง
 (Structured Program) มากกว่าภาษาอื่น ๆ ที่ใช้กันอยู่จึงทำให้ได้รับความนิยม
และนำมาประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย


1.1 โครงสร้างของโปรแกรมภาษาปาสคาล
โปรแกรมในภาษาปาสคาล แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
1. ส่วนหัว (Heading) เป็นการประกาศชื่อของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วยคำว่า PROGRAM ตามด้วยชื่อของโปรแกรม และจบบรรทัดด้วย ;

รูปแบบ

PROGRAM ชื่อโปรแกรม (รายชื่ออุปกรณ์);

ตัวอย่าง
PROGRAM EXAM1;
PROGRAM EXAM1(INPUT,OUTPUT);

ข้อสังเกต ชื่ออุปกรณ์ คือ INPUT, OUTPUT หรือชื่อของไฟล์ที่เกี่ยวข้องภายในโปรแกรมถ้าไม่ระบุจะถือว่า INPUT เข้าทาง keyboard และ OUTPUT ออกทางจอภาพ
2. ส่วนข้อกำหนด (Declaration part) คือส่วนตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงคำว่า BEGIN ของโปรแกรมหลัก และเป็นส่วนที่เรากำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้
2.1 VAR เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลให้แก่ตัวแปร
รูปแบบ


VAR รายชื่อตัวแปร : ประเภทของข้อมูล;

ตัวอย่าง

VAR I,J,K : INTEGER;
NAME : STRING;
SALARY : REAL;

2.2 TYPE เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลขึ้นใหม่

รูปแบบ

TYPE ชื่อของแบบ = ประเภทหรือค่าของข้อมูล;

ตัวอย่าง

TYPE SCORE = INTEGER;
WEEK = (MON, TUE, WED, THU, FRI);
VAR TEST, MIDTERM, FINAL : SCORE;
DAY : WEEK;

จากตัวอย่างต้องประกาศชื่อแบบของตัวแปรก่อนแล้วจึงประกาศชื่อตัวแปรที่เป็นแบบ
2.3 CONST เป็นการกำหนดค่าคงที่

รูปแบบที่ 1

CONST รายชื่อค่าคงที่ = ค่าที่กำหนด;

รูปแบบที่ 2

CONST รายชื่อค่าคงที่ : ประเภทของข้อมูล = ค่าที่กำหนด;

ตัวอย่าง
CONST HEAD = ‘EXAMINATION’;
CONST A = 15;
CONST SALARY : REAL = 8000.00;

2.4 LABEL ใช้คู่กับคำสั่ง GOTO ภายในโปรแกรม

รูปแบบ 

LABEL รายชื่อของ LABEL;

ตัวอย่าง

LABEL 256,XXX;

เช่น GOTO 256; GOTO XXX;

3. ส่วนคำสั่งต่าง ๆ (Statement Part) เป็นส่วนสุดท้ายของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วย “BEGIN” และปิดท้ายด้วย “END.”

ตัวอย่าง

BEGIN
Statement หรือคำสั่งต่าง ๆ ;
END.

1.2 ชื่อ (Identifier)
ชื่อ คือคำที่ตั้งขึ้นเพื่อกำหนดใช้เป็นชื่อของโปรแกรม โปรแกรมย่อย ตัวแปร แบบของตัวแปร และค่าคงที่

การตั้งชื่อ
1. ตัวอักขระ (character) ที่นำมาใช้ คือ ตัวอักษร ตัวเลข และ (_) Underline
2. จะนำเครื่องหมายใด ๆ มาใช้เป็นชื่อไม่ได้
3. ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร หรือขีดล่าง
4. ความยาวของชื่อไม่เกิน 30 ตัว แต่จะมีความหมายเพียง 8 ตัวแรกเท่านั้น

1.3 คำ (Word)
คำในภาษาปาสคาล แบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1. พวกที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ได้แก่ แบบของข้อมูล ตัวแปร และค่าคงที่
2. พวกที่เกี่ยวกับคำสั่ง ได้แก่ คำสงวน (Reserved word) คำมาตรฐาน (Standard word) คำใหม่ (User defined word)

1.4 ข้อมูล (Data)
ภาษาปาสคาล แบ่งประเภทของข้อมูลเป็น 4 แบบ คือ แบบมาตรฐาน แบบผู้เขียนโปรแกรมกำหนด แบบโครงสร้าง และแบบพอยน์เตอร์
แบบมาตรฐาน เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในโปรแกรมทั่ว ๆ ไป เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นลำดับที่มีค่ามากน้อยตามลำดับ แบ่งเป็น 5 ประเภท
1. Integer เป็นข้อมูลเลขจำนวนเต็ม
2. Real เป็นข้อมูลเลขจำนวนจริงมีทศนิยม
3. Character เป็นข้อมูลตัวอักษร
4. String เป็นข้อมูลของชุดตัวอักษร เช่น String [30] เป็นการะบุค่าของสตริงว่ามีขนาด 30 ตัวอักษร
5. Boolean เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นไปได้ 2 ค่า คือ เป็นจริง (true), เป็นเท็จ (false) ตัวดำเนินการ (operators) ที่ใช้ในภาษาปาสคาล ได้แก่
NOT ให้กลับค่าทางคณิตศาสตร์ของ Boolean เช่น Not true เป็น false
* ให้คูณเลขทางซ้ายกับเลขทางขวา
/ ให้หารโดยเลขทางซ้ายเป็นตัวตั้ง เลขทางขวาเป็นตัวหาร
DIV ให้หารแบบตัดเศษทิ้ง ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
MOD ให้หาเศษของการหาร ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
AND ให้ความเป็นจริง เมื่อทั้ง 2 กรณีเป็นจริงทั้งคู่
OR ให้ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริง เช่น (X MOD Y = 0) 0R (x-y = 0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็นศูนย์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง 2 อย่าง
XOR ให้ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริงเท่านั้น เช่น (X MOD Y Y= 0) XOR(X-Y=0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็น 0 อย่างใดอย่างหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน

     แบบผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้น ภาษาปาสคาลอนุญาตให้ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดรูปแบบของข้อมูลขึ้นมาใช้งานเฉพาะภายในโปรแกรมได้เอง โดยการประกาศไว้ในคำสั่ง VAR หรือ TYPE แบ่งเป็น 2 แบบ
1. กำหนดแบบใหม่ เป็นการกำหนดรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อใช้เฉพาะโปรแกรมนั้น ๆ

ตัวอย่าง

TYPE color = (yellow,blue,red);
VAR dd = color;

ดังนั้น dd เป็นตัวแปรที่มีค่า 3 ค่า คือ yellow, blue, red

2. กำหนดช่วงของค่าข้อมูล เป็นการกำหนดช่วงของค่าของข้อมูลเฉพาะตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งที่ใช้ภายในโปรแกรม

ตัวอย่าง
TYPE NUM = 0..50;
VAR X : NUM;

ดังนั้น X จะเป็นตัวแปรที่มีค่าในช่วง 0 ถึง 50
     แบบโครงสร้าง เป็นการนำเอาข้อมูลแบบมาตรฐานหรือข้อมูลที่ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้นมาจัดให้มีระบบ มีโครงสร้างเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ การจัดข้อมูลโครงสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ข้อมูล Array, set, record และ file
     แบบพอยน์เตอร์ เป็นข้อมูลที่เป็นดัชนีสำหรับระบุข้อมูลอื่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง ข้อมูลแบบนี้จะซับซ้อน ค่าของข้อมูลแบบพอยน์เตอร์จะไม่เป็นตัวเลข, ตัวอักษร แต่จะมีค่าเป็น address ในหน่วยความจำ RAM ที่ข้อมูลถูกเก็บอยู่